ขอดเกล็ด Facebook ทำไม"บังคับ"ให้ตั้งค่าส่วนตัว

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วันที่ 10 ธันวาคมที่ผ่านมาไม่ใช่วันรัฐธรรมนูญอย่างเดียว แต่เป็นวันสำคัญของชาวเฟสบุ๊ก (Facebook) ด้วย เพราะทุกคนที่เปิดเฟสบุ๊กตั้งแต่วันนั้น จะถูกส่งไปตั้งค่า"Privacy"หรือความเป็นส่วนตัวเสียใหม่ มองเผินๆเรื่องนี้อาจจะเป็นประโยชน์กับผู้ใช้เพราะความเป็นส่วนตัวและความสบายใจที่เพิ่มขึ้น แต่ในแง่ของนักวิเคราะห์ มีการฟันธงกันว่าตัวเฟสบุ๊กเองก็จะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วย

สิ่งที่ผู้ใช้เฟสบุ๊กกว่า 350 ล้านคนได้พบเจอไปแล้วตั้งแต่วันรัฐธรรมนูญ คือการแสดงหน้า privacy setting โดยอัตโนมัติ จุดประสงค์ของเฟสบุ๊กคือต้องการ (กึ่งบังคับ) ให้สมาชิกทุกคนกลับไปสำรวจค่าความเป็นส่วนตัวที่แต่ละคนเคยตั้งไว้เป็นเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลแก่ชาวเว็บ ว่าหย่อนยานหรือเคร่งครัดเกินไปหรือไม่

หนึ่งในเหตุผลที่เฟสบุ๊กต้องทำเช่นนี้ เพราะผู้ใช้เฟสบุ๊กเพียงร้อยละ 15-20% ในปัจจุบันเท่านั้นที่ลงมือตั้งค่าความเป็นส่วนตัวด้วยตัวเอง ทั้งที่คนจำนวนไม่น้อยหวังตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้านายเห็นภาพตัวเองกำลังสุดเหวี่ยงในงานปาร์ตี้ เฟสบุ๊กจึงอาสาอำนวยความสะดวกให้สมาชิกตั้งค่าได้ง่ายกว่าเดิม ด้วยการแสดงหน้าเว็บเพื่อตั้งค่าโดยที่สมาชิกไม่ต้องเปิดเอง

ระบบความเป็นส่วนตัวใหม่ในเฟสบุ๊กนี้มองภายนอกอาจจะดูใช้งานง่าย แต่ต้องยอมรับว่าระบบนั้นค่อนข้างซับซ้อนและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม โดยที่ผ่านมา สมาชิกเฟสบุ๊กจะสามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้กับข้อมูลทั้งหมดเท่านั้น แต่ในขณะนี้ สมาชิกสามารถตั้งค่าเฉพาะเนื้อหาได้ เช่น ภาพที่ต้องการแบ่งให้เฉพาะเพื่อนเท่านั้น หรือข้อความเฮฮาที่สามารถแบ่งให้เพื่อนของเพื่อนอ่านได้

ในกลุ่มเพื่อน ผู้ใช้เฟสบุ๊กยังสามารถกำหนดกลุ่มเจาะจงลงไปอีก เช่น เฉพาะเพื่อนสมัยเรียน เป็นต้น ทั้งหมดนี้นักวิเคราะห์มองว่าสิ่งที่เฟสบุ๊กทำนั้นยอดเยี่ยมกว่าการรอให้ผู้บริโภคเข้าไปอ่านในส่วนช่วยเหลือหรือ "Help" เอง โดยทุกคนสามารถเลือกที่จะตั้งค่าตามเดิม หรืออาจเลือกรับคำแนะนำจากเฟสบุ๊กก็ได้

ที่สำคัญ สมาชิกยังเลือกแบ่งปันข้อมูลเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ด้วย เช่น สมาชิกที่อยู่ในเมืองเดียวกัน สมาชิกที่อยู่ในโรงเรียนเดียวกัน หรือสมาชิกที่อยู่ในสถานที่ทำงานเดียวกัน

ทั้งหมดนี้ ผู้บริหารเฟสบุ๊กยืนยันว่า การเลือกกลุ่มแบ่งปันข้อมูลบนเฟสบุ๊กจะไม่มีผลกระทบต่อการโฆษณา แต่การมอบสิทธิ์ให้สมาชิกสามารถควบคุมการแบ่งปันได้ดีขึ้น จะทำให้การแบ่งปันและการสื่อสารเกิดขึ้นบนเฟสบุ๊กมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเมื่อผู้บริโภคเชื่อใจ เฟสบุ๊กก็จะมีการใช้งานมากขึ้นด้วย

นอกจากการสร้างความมั่นใจ มีการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้น่าจะสืบเนื่องจากการเปิดกว้างข้อมูลบนเฟสบุ๊กให้สามารถสืบค้นพบบนเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลออนไลน์ทั้งบิง (Bing) จากไมโครซอฟท์และกูเกิล (Google) เพื่อให้ผู้ค้นหาสามารถพบข้อมูลอัปเดทใหม่นาทีต่อนาทีบนเฟสบุ๊ก การบังคับของเฟสบุ๊กถือเป็นการเตือนให้ผู้บริโภคทบทวนการตั้งค่าอีกครั้ง ว่าอนุญาตให้ใครเข้าถึงข้อมูลได้บ้าง

สำหรับผู้ที่ไม่ตั้งค่าใดๆ เฟสบุ๊กจะตั้งค่าให้เปิดเผยข้อมูลแก่ชาวเฟสบุ๊กทุกคนเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

0 ความคิดเห็น: